การเรียนรู้ครั้งที่11

                                    กิจกรรมที่11

สรุป:รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแนวคิดของ Diana Baumrind

ในปี ค.ศ. 1967 Baumrind (1967, cited in Baumrind, 1971) ได้ศึกษาเด็กก่อนวัยเรียน และ ผู้ปกครองของเด็กโดยการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก ทั้งที่โรงเรียนและท่ีบ้าน ประกอบกับการสัมภาษณ์ ผู้ปกครองและสังเกตปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครอง กับเด็กที่บ้าน จากการศึกษาดังกล่าว Baumrind ได้ทําการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ

1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา

2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก

Baumrind (1971) ได้ผสมผสาน 2 มิติ ดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง

การพัฒนาแบบสํารวจรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind ใน ประเทศไทย

1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative) มีจํานวน 25 ข้อ ครอบคลุม คําสําคัญ 8 ประการ

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian) มีจํานวน 26 ข้อ ครอบคลุม คําสําคัญ 8 ประการ

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive) มีจํานวน 23 ข้อ ครอบคลุม คําสําคัญ 8 ประการ 

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved) มีจํานวน 25 ข้อ ครอบคลุม คําสําคัญ 8 ประการ 

งานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind

ได้มีนักจิตวิทยาสนใจศึกษาวิจัยความสัมพันธ์ ระหว่างรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind กับตัวแปรทางจิตวิทยาไว้หลากหลาย เช่น ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับการปรับตัว รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูกับพฤติกรรมทางสังคม รูปแบบการอบรมเล้ียงดูกับอารมณ์ รูปแบบการอบรม เลี้ยงดูกับการกํากับตนเอง และรูปแบบการอบรม เลี้ยงดูกับอัตมโนทัศน์


สรุปและอภิปราย

จากการประมวลงานวิจัยเกี่ยวกับรูปแบบการ อบรมเล้ียงดูตามแนวคิดของ Baumrind กับตัวแปร ทางจิตวิทยาโดยภาพรวมอาจกล่าวได้ว่า รูปแบบ การอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ สามารถหล่อหลอม ให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ท่ีมีความสามารถในการ ปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมท่ีเหมาะสม มีความ สามารถในการกํากับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ท่ีดี



Comments

Popular posts from this blog

การเรียนรู้ครั้งที่9